กิจขจร ลิ่วเฉลิมวงศ์                          

เทศนา คริสตจักรอันติโอเกีย(แบ๊บติสต์) สวนมะลิ อาทิตย์ที่ 11 .. 18

เทศนา คริสตจักรชีวิตรุ่งเรือง(GLC:H.I.M.) อาทิตย์ที่  2 มี.ค.2025

ยน6:60-71 รักพระคำเท่าชีวิตจะได้ชีวิต

1.คนที่เข้าใจพระเยซูคริสต์อย่างถูกต้อง (ข้อ68-69)

2.คนที่เข้าใจพระคำพระเยซูคริสต์อย่างถูกต้อง (ข้อ63)

 

60 เมื่อพวกสาวกของพระองค์หลายคนได้ยินอย่างนั้นก็พูดว่า

คำสอนเรื่องนี้ยากนัก ใครจะรับได้?” 

61และเมื่อพระเยซูทรงทราบว่าพวกสาวกของพระองค์ซุบซิบกันถึงเรื่องนั้น จึงตรัสกับเขาว่าเรื่องนี้ทำให้พวกท่านสะดุดหรือ62ถ้าท่านเห็นบุตรมนุษย์เสด็จขึ้นไปยังที่ที่พระองค์อยู่แต่ก่อนนั้น จะว่าอย่างไร63พระวิญญาณเป็นผู้ให้ชีวิต เนื้อหนังนั้นไม่มีประโยชน์อะไร ถ้อยคำที่เรากล่าวกับพวกท่านมาจากพระวิญญาณและเป็นชีวิต 

64แต่ในพวกท่านมีบางคนไม่เชื่อ เพราะพระเยซูทรงทราบตั้งแต่แรกแล้วว่าใครไม่เชื่อและใครเป็นคนที่จะทรยศพระองค์ 65แล้วพระองค์ตรัสว่าเพราะเหตุนี้เราจึงบอกพวกท่านว่า ไม่มีใครมาถึงเราได้นอกจากพระบิดาจะโปรดคนนั้น

66ตั้งแต่นั้นมาสาวกของพระองค์หลายคนถดถอยไม่ติดตามพระองค์ต่อไปอีก 67พระเยซูตรัสกับสิบสองคนนั้นว่าพวกท่านก็จะจากเราไปด้วยหรือ?” 

68ซีโมนเปโตรทูลตอบพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาใครได้? พระองค์ทรงมีถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์ 

69และพวกข้าพระองค์ก็เชื่อและทราบแล้วว่าพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า70พระเยซูตรัสตอบพวกเขาว่าเราเลือกพวกท่านสิบสองคนไม่ใช่หรือ? แต่คนหนึ่งในพวกท่านเป็นมารร้าย 71พระองค์ทรงหมายถึงยูดาส บุตรของซีโมนอิสคาริโอท คนหนึ่งในสาวกสิบสองคน เพราะว่าเขาเป็นคนที่จะทรยศพระองค์

ตัวอย่าง : ผู้กองที่รักษาคำพูดเท่าชีวิต

นายแวน เอมเดนค้นพบเรื่องราวดังกล่าวเมื่อค้นคว้าเอกสารของกระทรวงต่างประเทศที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติสำหรับหนังสือของเขาเรื่อง Meeting the Enemy: The Human Face of the Great War

ผู้กองโรเบิร์ต แคมป์เบลล์ได้รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับไกเซอร์วิลเฮล์มที่ 2(ผู้นำเยอรมัน) และเดินทางกลับจากเคนต์ไปยังเยอรมนี ซึ่งเขาอยู่ที่นั่นจนกระทั่งสงครามยุติลงในปี 1918 แคมป์เบลล์รู้สึกว่าตนมีหน้าที่ต้องรักษาสัญญาของตน นอกจากนี้ยังพบว่าแคมป์เบลล์พยายามหลบหนีทันทีที่กลับมา

แคมป์เบลล์ วัย 29 ปี จากกองพันที่ 1 กรมทหารอีสต์เซอร์รีย์ ถูกจับกุมทางตอนเหนือของฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 1914 จากนั้นจึงถูกส่งไปยังค่ายเชลยศึกในเมืองแม็กเดบูร์ก ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี ขณะที่อยู่ในค่าย เขาได้รับข่าวว่าหลุยส์ แม่ของเขากำลังจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เขาเขียนจดหมายถึงจักรพรรดิเยอรมันเพื่อขอร้องให้อนุญาตให้เขาไปเยี่ยมแม่ ซึ่งไกเซอร์ก็อนุญาต ตราบใดที่แคมป์เบลล์ให้คำมั่นว่าเขาจะกลับมา ซึ่งไม่เคยมีนักโทษคนไหนได้รับการอนุญาตเช่นนี้มาก่อน

แคมป์เบลล์เดินทางผ่านเนเธอร์แลนด์แล้วเดินทางต่อโดยเรือและรถไฟไปยังเกรฟเซนด์ในเคนต์ ซึ่งเขาใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์กับแม่ของเขาก่อนจะเดินทางกลับเยอรมนีด้วยวิธีเดียวกัน แม่ของเขาเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ 1917 เขารู้ว่าหากเขาไม่กลับไปเป็นเชลย เชลยคนอื่นๆอาจไม่ได้รับการปลดปล่อย เขาจึงเดินทางจากอังกฤษกลับไปเป็นเชลยที่เยอรมัน หลังจากนั้นเขาใช้เวลาอีก 9 เดือนต่อมาในการขุดดินเพื่อหลบหนีจากค่ายเชลย เขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รักษาคำพูด เท่ากับที่ได้พยายามหลบหนี และเขาได้กลับสู่อังกฤษในปี 1925 (8 ปีในการรักษาคำพูด เดินทางกลับไปเป็นเชลย)

เขาเสียชีวิตที่เกาะไวท์ในเดือนกรกฎาคม 1966 อายุ 81 ปี

รัก(ษา)คำสัญญาจึงมีชีวิต ยิ่งกว่านั้นถ้าเรารักพระคำเท่าชีวิต เราก็จะได้รับชีวิตนิรันดร์จากพระเยซูคริสต์อย่างแน่นอน 

บริบทของพระธรรมตอนนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พระเยซูเปรียบเทียบว่า พระองค์เป็นอาหารแห่งชีวิต หลังจากที่พระองค์เลี้ยงคนห้าพันคนด้วยขนมปังห้าก้อนกับปลาสองตัว พระองค์จึงนำเหตุการณ์นี้มาสอนเพื่อสื่อว่า พระองค์เป็นอาหารแห่งชีวิต

ยน6:48 ผู้ใดที่กินอาหารนี้จะมีชีวิตนิรันดร์

ยน6:51เราเป็นอาหารดำรงชีวิตซึ่งลงมาจากสวรรค์ ถ้าใครกินอาหารนี้ คนนั้นจะมีชีวิตนิรันดร์ และอาหารที่เราจะให้เพื่อชีวิตของโลกนั้นก็คือเลือดเนื้อของเรา

จากข้อ60คำสอนเรื่องนี้ยากนัก ใครจะรับได้?” มาจากเนื้อหาใน ยน6:53-58 พระเยซูขอให้ผู้ฟังในเวลานั้นกินเนื้อพระองค์ และดื่มเลือดพระองค์ ซึ่งต่อมาภายหลังสาวกจึงทราบว่าเป็นคำสอนเปรียบเทียบให้ผู้เชื่อมีความสัมพันธ์สนิทกับพระองค์ แต่สาวกตอนนั้นเข้าใจผิดคิดว่าให้กินเนื้อกินเลือดพระเยซูจริงๆ

แท้ที่จริงแล้วในปัจจุบันนี้มีความเข้าใจคำสอนนี้แล้ว ผ่านพิธีมหาสนิทซึ่งเล็งถึงพันธสัญญาใหม่ของพระองค์ เพื่อให้ระลึกถึงพระองค์นั่นเอง หลังจากเหตุการณ์นี้ คริสตจักรในสมัยนั้นก็มีการรับมหาสนิทสำหรับผู้เชื่อในเวลาต่อมา จนถึงปัจจุบันนี้

การตอบสนองของผู้ฟังในพระธรรมตอนนี้ก็คือ

มีคนที่ไม่เข้าใจพระคำของพระเยซู มีคนไม่เข้าใจพระองค์ด้วย

มีคนกลุ่มหนึ่งก็เลิกติดตามพระองค์ไปเลย มีคนทรยศพระองค์ในเวลาต่อมา แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ติดตามพระองค์ต่อไปจนชีวิตเกิดผลเป็นพระพรกับผู้คนมากมาย 

วันนี้เราจะมาศึกษาชีวิตของเปโตรผู้ซึ่งเป็นคนที่ รักพระคำเท่าชีวิตจึงได้ชีวิต นี่คือหัวข้อคำเทศนา

1.คนที่เข้าใจพระเยซูคริสต์อย่างถูกต้อง (ข้อ68-69)

  68 ซีโมนเปโตรทูลตอบพระองค์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาใครได้? พระองค์ทรงมีถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์  69 และพวกข้าพระองค์ก็เชื่อและทราบแล้วว่าพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า

เปโตรเชื่อ และทราบแล้วว่าพระองค์มีถ้อยคำแห่งชีวิตนิรันดร์ ทั้งๆที่เขาเพิ่งเริ่มจะติดตามพระองค์เท่านั้น คำว่า องค์ บริสุทธิ์ ของพระเจ้า ใช้ 3 ครั้งในพันธสัญญาใหม่ที่ตรงตามไวยากรณ์ 

คำนี้ สองครั้งใช้ในเรื่อง ชายที่มีผีโสโครกก็ใช้คำนี้ใน มก1:24 กับ ลก4:34 มันร้องตะโกนว่าพระเยซูชาวนาซาเร็ธ พระองค์มายุ่งกับเราทำไม? พระองค์จะมาทำลายเราหรือ? ข้ารู้ว่าพระองค์เป็นใคร พระองค์เป็นองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้า

ถ้าแปลแบบแยกคำ Hagios  องค์บริสุทธิ์ หมายถึง ผู้หนึ่งที่แยกออกพิเศษเพื่อพระเจ้า หรือผู้หนึ่งเพื่อจะเป็นของพระเจ้า หรือผู้หนึ่งในฐานะที่เป็นของพระเจ้า

เมื่อเวลาที่เปโตรเติบโตขึ้นในความเชื่อแล้ว คำพูดที่เขายอมรับพระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เขายังคงพูดในสำนวนแบบ ยน6 ที่เรากำลังศึกษาในตอนนี้


กจ
4:27 ความจริงในเมืองนี้ ทั้งเฮโรดและปอนทิอัสปีลาตกับพวกต่างชาติและชนชาติอิสราเอล ร่วมชุมนุมกันต่อสู้พระเยซูผู้รับใช้บริสุทธิ์ของพระองค์ซึ่งทรงเจิมไว้แล้ว

แต่ถ้าแปลรวมคำ  Holy one of GOD ก็หมายถึง ความเป็นพระเจ้าผู้บริสุทธิ์

ภาษาอังกฤษบางฉบับเชื่อว่าเป็นการนำคำสารภาพของ

เปโตรจากมธ16:16 ซีโมนเปโตรทูลตอบว่าพระองค์เป็นพระคริสต์

พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่มาใส่ไว้ในยน6:69 ตอนนี้ แปลไว้ดังนี้ ภาษาอังกฤษฉบับ KJV 69And we believe and are sure that thou art that Christ, the Son of the living God.

อย่างไรก็ดีตอนนี้เปโตรยอมรับว่า พระเยซูเป็นผู้ที่มาจากพระเจ้า หรือพระองค์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า   

ศาสนศาสตร์ของยอห์นสำหรับพระเยซู คือ พระองค์เป็นพระเจ้า จากสำนวนการเขียนในศาสนศาสตร์ของยอห์นตั้งแต่เริ่มพระธรรมยอห์น

ยน1:1ในปฐมกาลพระวาทะทรงดำรงอยู่ และพระวาทะทรงอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า และในข้อ14 พระวาทะทรงเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา เราเห็นพระสิริของพระองค์ คือ พระสิริที่สมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง

จากตอนนี้ที่ยอห์นบันทึกว่าเปโตรพูด พระองค์เป็นองค์บริสุทธิ์ของพระเจ้าเปรียบเทียบกับคำที่พระเยซูพูดใน ยน10:36 พวกท่านจะกล่าวหาผู้ที่พระบิดาทรงตั้งไว้เป็นพิเศษและทรงใช้เข้ามาในโลกว่าท่านกล่าวคำหมิ่นประมาทพระเจ้าเพราะเรากล่าวว่า เราเป็นบุตรของพระเจ้า อย่างนั้นหรือ? และ

ยน20:31แต่การที่บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ ก็เพื่อพวกท่านจะได้เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อแล้วท่านก็จะมีชีวิตโดยพระนามของพระองค์

สรุปศาสนศาสตร์ของยอห์นคือ พระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า

(เราต้องถามตัวเองว่าทุกวันนี้เรามีชีวิตกับอะไร พระเจ้าอยากให้เรามีชีวิตโดยพระนามของพระองค์)

แสดงว่า ยอห์นต้องการสื่อว่า พระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า แม้เป็นคำกล่าวที่เปโตรพูด  ต่อมาภายหลังเปโตรได้ยอมรับว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าจริงๆ เมื่อได้ติดตามและรับใช้พระเยซูนานขึ้น

เปโตรได้อยู่กับพระเยซูที่บนภูเขาตอนจำแลงพระกาย

เปโตรได้พบกับพระเยซูหลังจากพระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย

เปโตรลุกขึ้นเทศนา คนสามพันคนกลับใจใหม่เชื่อวางใจพระเยซู

เปโตรเป็นเสาหลักของคนของพระเจ้าที่เชื่อในพระเยซูในเวลานั้น      

หลายคนที่เชื่อพระเจ้า แต่ไม่รู้ความจริงเรื่องพระเยซูคริสต์อย่างถูกต้องบ้างก็ไปเชื่อลัทธิสอนผิด หนักเข้าก็ตั้งลัทธิสอนผิดไปเลย บ้างก็หลงหายจากทางของพระเจ้า บ้างก็ไม่เติบโตขึ้นในความเชื่อ และมีผู้เชื่อจำนวนมากไม่ได้รับใช้พระเจ้า เพราะเขาไม่เห็นความดีของพระเจ้า ไม่ซาบซึ้งในพระคุณ

หากเราใช้เวลาแม้เพียง 5นาที 10นาที 15 นาที กับพระเจ้าในทุกๆวันยังไม่ได้ เราจะอยู่กับพระเจ้าตลอดไปในนิรันดรได้อย่างไร

สำหรับคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า พวกเขาจะไปแสวงหาเรื่องศาสนา ไปแสวงหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปแสวงหาจริยธรรม ไปแสวงหาศิลธรรม ไปแสวงหารูปเคารพ ไปแสวงหาความรู้ ไปแสวงหาทางหลุดพ้นจากความทุกข์ ด้วยการพึ่งพาตนเองซึ่งความจริงเขารู้ว่า เขาไม่สามารถทำได้ แต่ดีกว่าไม่ทำ

ยน3:36 คนที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์ คนที่ไม่เชื่อฟังพระบุตรก็จะไม่ได้เห็นชีวิต แต่พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่กับเขา

ประยุกต์ใช้ : การยกโทษบาปของพระคริสต์เป็นเรื่องสำคัญที่สุด เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถทำแทนพระองค์ได้ หัวใจสำคัญของพระกิตติคุณแห่งข่าวประเสริฐ

มธ 26:28 เพราะว่านี่เป็นโลหิตของเราอันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญาที่หลั่งออกเพื่อยกบาปโทษคนจำนวนมาก

เราต้องรู้จักพระเยซูคริสต์จริงๆ ผ่านการดำเนินชีวิตกับพระองค์ หรือการรับใช้พระองค์ หรือเราต้องรู้จักพระเยซูคริสต์ผ่านการศึกษาพระคัมภีร์ ไม่ว่าจะเป็นแบบทางการ หรือศึกษาแบบส่วนตัว

เพราะถ้าเราไม่รู้จักพระองค์จริงๆ เราจะสนใจคำสอนของพระองค์ทำไม

ยน 20:30-31 30พระเยซูทรงทำหมายสำคัญอื่นๆ อีกหลายอย่างต่อหน้าพวกสาวก ซึ่งไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ 31แต่การที่บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ ก็เพื่อพวกท่านจะได้เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อแล้วท่านก็จะมีชีวิตโดยพระนามของพระองค์

เราควรจะหิวพระเยซู อยากจะสัมพันธ์สนิทกับพระองค์มากขึ้น ใช้เวลากับพระเจ้ามากขึ้น เป็นเหมือนพระเจ้ามากขึ้น

ไม่ใช่หิวเซกส์ หิวเงิน หิวเหล้า หิวการพนัน หิวชื่อเสียง หิวการยอมรับ หิวซีรี่ส์ หิวอะไรอีก

ตัวอย่าง เคยกินข้าวเหนียวมะม่วงไป ทีละนิดๆๆ จนหมด 1 .. กินน้ำตามอิ่มมากๆ จุกจนแน่นมาก

วันนี้ขอให้เรากินพระวจนะเข้าไปทุกวันๆ จนอิ่มอกอิ่มใจ แล้วพระเจ้าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความคิด จิตใจ ภาระใจ ความเชื่อ และมั่นใจปลายทางของชีวิตมากขึ้น 

2.คนที่เข้าใจพระคำพระเยซูคริสต์อย่างถูกต้อง (ข้อ63)

63 “พระวิญญาณเป็นผู้ให้ชีวิต เนื้อหนังนั้นไม่มีประโยชน์อะไร ถ้อยคำที่เรากล่าวกับพวกท่านมาจากพระวิญญาณและเป็นชีวิต

คนที่มีความเข้าใจว่า คำสอนยาก การเรียนพระคัมภีร์เป็นเรื่องยาก การเฝ้าเดี่ยวเป็นเรื่องยาก ในท้ายที่สุดคนเหล่านี้ จะถูกความยากเหล่านี้ทำให้พวกเขาถดถอยในการติดตามพระเจ้า

เปาโลเตือนไว้ใน โดยเปาโลมีความเข้าใจเรื่อง พระเยซูคริต์เป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณแก่อิสราเอลตั้งแต่อพยพออกจากอียิปต์

1คร10:3-4ได้รับประทานอาหารฝ่ายจิตวิญญาณเดียวกันทุกคน 4และได้ดื่มน้ำฝ่ายจิตวิญญาณเดียวกันทุกคน เพราะว่าพวกเขาได้ดื่มจากพระศิลาฝ่ายจิตวิญญาณที่ติดตามเขาไป พระศิลานั้นคือพระคริสต์

ปลายทางของคนที่ไม่เข้าใจพระคัมภีร์ คือ พวกเขาจะถูกล่อลวง จนอาจจะไม่สามารถรักษาความรอด หรือไม่อาจรักษาชีวิตนิรันดร์ไว้ได้ เหมือนสาวกที่ถดถอย หรือเหมือนยูดาสที่ปฎิเสธพระเยซู เพราะเขาไม่สามารถแยกแยะความจริง จากความเท็จได้

ยน5:24 เราบอกความจริงกับพวกท่านว่า ถ้าใครฟังคำของเราและวางใจผู้ทรงใช้เรามา คนนั้นก็มีชีวิตนิรันดร์และไม่ถูกพิพากษา แต่ผ่านพ้นความตายไปสู่ชีวิตแล้ว

ดังนั้นคนที่เข้าใจพระคำอย่างถูกต้อง คือ คนที่เข้าใจว่าการศึกษาพระคำ หรือการศึกษาพระคัมภีร์นั้น หรือการเฝ้าเดี่ยวเป็นการแสวงหาพระเจ้าผ่านการเปิดเผยความจริง ผ่านการสำแดงของพระเจ้า ผ่านพระคัมภีร์ต่างหาก

เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์เราจะรู้ว่าพระเจ้ามีพระลักษณะอย่างไร มีแผนการอะไร เราควรจะดำเนินชีวิตอย่างไร เพื่อเราจะรอดไม่ถูกพิพากษาแต่มีชีวิตนิรันดร์

ตัวอย่าง ผมเคยอ่านปฐมกาล41 มีความอุดมสมบูรณ์ 7 ปี และการกันดารอาหาร 7 ปี  คนอื่นอาจจะเข้าใจว่าพระเจ้าจะยกคนของพระเจ้าผ่านเหตุการณ์นี้ หรือพระเจ้าจะช่วยคนของพระเจ้าให้ไม่ลำบาก แต่สำหรับผมพระเจ้าให้สำรองเงินสดไว้ พอเวลาที่ไม่มีงานรับเหมา ก็มีเงินที่พระเจ้าเตือนเราล่วงหน้า ทำให้ผ่านวิกฤติกาลไปได้ เมื่อเราดำเนินชีวิตกับพระองค์

ดังนั้นคนที่เข้าใจพระคำอย่างถูกต้อง คือ ไม่ใช่คนที่มีความเข้าใจว่าการศึกษาพระคำ หรือการศึกษาพระคัมภีร์ หรือการเฝ้าเดี่ยวเป็นการหาความรู้ หรือต้องการใบประกาศนียบัตร หรือใบปริญญา หรือเรียนมากก็เหนื่อยเนื้อหนังแต่เป็นเป็นการแสวงหาพระเจ้า ผ่านความจริงของพระเจ้า ผ่านการเปิดเผย การสำแดงของพระเจ้า ผ่านพระคัมภีร์ต่างหาก

การอ่านพระคัมภีร์ก็มีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง การเฝ้าเดี่ยวก็มีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง การศึกษาพระคัมภีร์ส่วนตัวก็มีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง การเรียนพระคัมภีร์ในระบบก็มีวัตถุประสงค์อีกอย่างหนึ่ง หากเราทำได้ทั้งหมดก็จะดีมาก แต่ถ้าแสวงหาพระเจ้าเป็นชีวิตประจำวันให้อ่านพระคัมภีร์และเฝ้าเดี่ยวเป็นประจำ ท่านจะเห็นความแตกต่างก่อนทำ และหลังทำ อย่างชัดเจน

ลก24:44-45 44พระองค์ตรัสกับเขาว่านี่เป็นถ้อยคำของเรา ซึ่งเราบอกไว้กับท่านทั้งหลายขณะที่เรายังอยู่กับท่านว่า บรรดาถ้อยคำที่เขียนไว้ในหมวดธรรมบัญญัติของโมเสส ในหมวดผู้เผยพระวจนะ และในหมวดเพลงสดุดีที่กล่าวถึงเรานั้น จำเป็นจะต้องสำเร็จ

อ.สมศักดิ์ จิตรุ่งเรืองนิจ (ศิษยาภิบาล)

45แล้วพระองค์ทรงช่วยให้ใจของพวกเขาสว่างเพื่อจะได้เข้าใจพระคัมภีร์

ในตอนนี้เราเห็นคนที่ถดถอย ไม่ติดตามพระเยซูเพราะคำสอนเรื่องนี้ยาก จริงๆยังมีอีกหลายๆเรื่องที่เข้าใจยากในพระคัมภีร์ ยิ่งกว่านั้นแล้วการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า ยากกว่าเรื่องการเข้าใจคำสอนเสียอีก

มธ7:21-23 21“ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกเราว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า’ จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้ 22เมื่อถึงวันนั้นจะมีคนจำนวนมากร้องแก่เราว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ได้เผยพระวจนะในพระนามของพระองค์ และได้ขับผีออกในพระนามของพระองค์ และได้ทำการแห่งฤทธานุภาพมากมายในพระนามของพระองค์ไม่ใช่หรือ?’ 23เมื่อนั้นเราจะกล่าวแก่พวกเขาว่าเราไม่เคยรู้จักพวกเจ้าเลย เจ้าผู้ทำความชั่ว จงไปเสียให้พ้นหน้าเรา

พระเยซูสอนเน้นการดำเนินชีวิตกับพระเจ้าจากเรื่อง เราไม่รู้จักเจ้า เพื่อให้คนของพระเจ้าดำเนินชีวิตทำตามพระทัยพระเจ้า คำถามคือคนแบบไหนคือคนที่ดำเนินชีวิตตามพระทัย พระเจ้า

พระเจ้าให้รู้จักพระองค์ไม่ใช่รู้เรื่องพระองค์     (อ.ประยูร ลิมะหุตะเศรณี)

คำตอบอยู่ในคำสอนของพระเยซู ใน มธ5-6 สะท้อนว่าการรู้จักพระเจ้าที่แท้จริง คือการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า ตลอดชีวิตความเชื่อของเรา ไม่ใช่แค่เชื่อพระเจ้าเฉย แต่ต้องรักษาชีวิตให้ถูกต้องกับพระเจ้าด้วย รับใช้พระเจ้าด้วย รักพี่น้องและเพื่อนบ้านของตนด้วย

ประยุกต์ใช้ได้ว่า

ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ยากลำบากอย่างไรให้อ่านพระคัมภีร์

ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์ดีอย่างไร ให้อ่านพระคัมภีร์

เรารู้จักพระคำเพื่อจะรู้จักพระเจ้า เรารู้จักพระเจ้าผ่านพระคำ

รักพระคำ ก็ต้องรักพระเจ้า รักพระเจ้าก็ต้องรักพระคำ

ถ้ารักพระคำเท่าชีวิต จะได้ชีวิต(นิรันดร์)แน่นอน

 

สนใจติดต่อเรา หรือเชิญให้เทศนา ให้สอนหรือให้อบรม

www.facebook.com/FORWARD.CH.TH

Email: actsministry2017@gmail.com

ฟังและชม ซีรี่ส์ รักพระคำเท่าชีวิตจะได้ชีวิต 4 ตอน

จากLink ด้านล่างของ คริสตจักรอันติโอเกีย แบ๊บติสต์ สวนมะลิ

รักพระคำเท่าชีวิตจะได้ชีวิต

อ้างอิง : อธิบาย (commentary) ยน6:60-71

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่